หลายคนอาจเข้าใจว่าช็อกโกแลตมีต้นกำเนิดจากประเทศในยุโรป เช่น เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ หรือฝรั่งเศส แต่ความจริงแล้ว ช็อกโกแลตมีจุดเริ่มต้นจากป่าทึบในทวีปอเมริกา โดยเฉพาะในแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอนและอเมริกากลาง
ต้นกำเนิดแห่งความหอมหวาน โกโก้เติบโตได้ดีในพื้นที่ที่เรียกว่า "Equatorial Belt" หรือเขตพื้นที่ระหว่าง 20 องศาเหนือถึง 20 องศาใต้ของเส้นศูนย์สูตร ซึ่งมีสภาพอากาศร้อนชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโต ในอดีต ชนพื้นเมืองอย่างชาวมายา แอซเท็ค และโอลเมก ได้ใช้โกโก้ในพิธีกรรมและชีวิตประจำวัน โดยถือว่าเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้า
การค้นพบและการแพร่กระจาย จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์และการวิจัยในปัจจุบัน พบว่าโกโก้มีแหล่งกำเนิดในบริเวณป่าอเมซอนตอนบน ครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศ ได้แก่ เปรู โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เวเนซุเอลา และบราซิล แม้จะยังมีการถกเถียงกันว่าประเทศใดคือจุดกำเนิดแรก แต่พื้นที่เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของโกโก้
วิวัฒนาการของสายพันธุ์โกโก้ เมื่อโกโก้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ก็เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ที่หลากหลาย:
- Nacional: สายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบในแถบอเมซอน
- Criollo: พัฒนาขึ้นในอเมริกากลาง เป็นที่นิยมเพราะให้รสชาติพิเศษ
- Trinitario: เกิดขึ้นที่เกาะตรินิแดด ผสมผสานคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง
- Forastero: สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงที่สุด นิยมปลูกเชิงพาณิชย์
โกโก้ในประเทศไทย ประเทศไทยอยู่ในเขต Equatorial Belt จึงเหมาะแก่การปลูกโกโก้ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูกคือ Forastero และ Trinitario เนื่องจาก:
- ทนทานต่อสภาพอากาศเมืองร้อน
- ให้ผลผลิตดี สม่ำเสมอ
- เหมาะกับการแปรรูปเชิงพาณิชย์
- ดูแลรักษาง่าย
ปัจจุบัน การปลูกโกโก้ในไทยกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งจากเกษตรกรและผู้ผลิตช็อกโกแลตคราฟต์ ซึ่งนับเป็นโอกาสดีในการพัฒนาอุตสาหกรรมช็อกโกแลตไทยให้เติบโตต่อไป